1.1 ความสำคัญของสารสนเทศ
ปัจจุบัน IT ได้ทวีความสำคัญขึ้นอย่างมาก ทั้งในชีวิตประจำวัน ชีวิตการทำงาน และการดำเนินงานองค์การต่าง ๆ จนบางครั้งอาจเปรียบสารสนเทศได้เสมือนกับสายเลือดที่หล่อเลี้ยงการทำงานแทบทุกด้านขององค์กร และผลกระทบของสารสนเทศมีอย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม องค์กร รวมทั้งการทำงานในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ
1.2 ความหมายของข้อมูล, สารสนเทศ, ความรู้
ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรือข้อมูลดิบที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล ยังไม่มีความหมายในการนำไปใช้งาน ข้อมูลอาจเป็นตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว
สารสนเทศ (Information) คือ ข้อมูลที่ได้ผ่านกระบวนการประมวลผลหรือจัดระบบแล้ว เพื่อให้มีความหมายและคุณค่าสำหรับผู้ใช้ **มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจ**
ความรู้ (Knowledge) คือ สารสนเทศบวกกับ Know-how คือ สารสนเทศอย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้เกิดความรู้ เราต้องเข้าใจวิธีที่ดีที่สุดในการใช้สารสนเทศในการแก้ปัญหาผลิตสินค้าหรือบริการ (Kogut & Zander, 1992)
ความรู้ คือ ความรับรู้และความเข้าใจในการนำสารสนเทศไปใช้ในการแก้ปัญหาในการดำเนินงาน (ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์, 2546)
1.3 ลักษณะของสารสนเทศที่ดี
มิติด้านเวลา
• การทันเวลา (Timeliness) »สามารถหาได้รวดเร็วทันเวลาที่ต้องการ
• ความเป็นปัจจุบัน (Up-to-date)» มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
• มีระยะเวลา (Time Period) » มีข้อมูลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและการตัดสินใจ
มิติด้านเนื้อหา
• ความถูกต้องเที่ยงตรง » สารสนเทศซึ่งไม่มีข้อผิดพลาด
• ความสัมพันธ์กับเรื่อง » สอดคล้องกับเรื่องที่ต้องการ
• ความสมบูรณ์ » คลอบคลุมรายละเอียดที่สำคัญทุกเรื่องที่ต้องการทราบ
• ความน่าเชื่อถือได้ » ขึ้นอยู่กับการเก็บรวบรวมข้อมูล และแหล่งที่มาของข้อมูล
• ตรวจสอบได้ » ตรวจสอบความถูกต้องและแหล่งที่มา
มิติด้านรูปแบบ
• ความชัดเจน
• ระดับของการนำเสนอรายละเอียด
• รูปแบบการนำเสนอ
• สื่อในการนำเสนอ
• ความยืดหยุ่น
• ความประหยัด
มิติด้านกระบวนการ
• ความสามารถในการเข้าถึง
• การมีส่วนร่วม
• การเชื่อมโยง
1.4 ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ การสื่อสาร โทรคมนาคม การจัดการฐานข้อมูล และเทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์ (O’Brien, 2001)
1.5 องค์ประกอบระบบสารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์
องค์ประกอบที่สำคัญ 6 ส่วนคือ
v ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
v ซอฟท์แวร์ (Software)
v ฐานข้อมูล (Database)
v เครือข่าย (Network)
v กระบวนการ (Procedure)
v คน (People)
1.6 บทบาทของนักบริหารและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารสนเทศ
• กำหนดสารสนเทศทีต้องการ (what) โดยพิจารณาจากลักษณะงาน หรือหน้าที่ของหน่วยงาน
• พิจารณาเวลา (when) ที่ต้องใช้สารสนเทศนั้น เพื่อกำหนดเวลารวบรวม ประมวลผล จัดทำรายงาน
• ทราบว่าจะหาสารสนเทศดังกล่าวได้ที่ไหน (where) จากแหล่งข้อมูลภายใน หรือภายนอก
• เข้าใจว่าทำไม (why) จึงต้องมีสารสนเทศนั้น ทราบถึงสาเหตุในการเก็บรวบรวมข้อมูล
• ทราบว่าผู้ใช้สารสนเทศคือใคร (for whom) เพื่อจะได้จัดทำรูปแบบการนำเสนอให้เหมาะสม
• จะใช้เครื่องมืออะไร (how) ในการเก็บรวบรวม ประมวล รักษาสารสนเทศ
• สามารถเข้าใจความหมายของสารสนเทศที่หามาได้
• สามารถดำเนินการหรือปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม
• ใช้สารสนเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายและอย่างมีจริยธรรม
1.7 แนวทางเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ
การศึกษาเรื่องระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ จำเป็นต้องอาศัยความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ ดังนั้นระบบสารสนเทศจึงมีลักษณะเป็น สหวิทยาการ (multidisciplinary) ดังนั้น จึงแบ่งการศึกษาระบบสารสนเทศออกเป็น 2 แนวทางคือ (Laudon, 1999)
· แนวทางด้านเทคนิค (Technical Approach)
· แนวทางด้านพฤติกรรม (Behavioral Approach)
1.8 ประโยชน์ของสารสนเทศ
สารสนเทศที่ดีมีประโยชน์ในด้านต่อไปนี้
Ø ประสิทธิภาพ (Efficiency)
Ø ประสิทธิผล (Effectiveness)
Ø ความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)
Ø คุณภาพชีวิตการทำงาน (Quality of Working Life)
1.9 ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศกับองค์กรและการจัดการ
การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเรื่องการออกแบบและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์มีประสิทธิผล โดยจะต้องเข้าใจถึงสิ่งแวดล้อม โครงสร้างหน้าที่การทำงาน วัฒนธรรม การเมือง ภายในองค์การ ตลอดจนบทบาทของผู้บริหารและระบบการตัดสินใจ
1.10 องค์การเสมือนจริง (Virtual Organization)
องค์กรเสมือนจริง คือ รูปแบบองค์กรแบบใหม่ ซึ่งประกอบด้วยคน กลุ่มคน หรือหน่วยงาน หรือองค์การซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้องค์กรเดียวกัน และกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในลักษณะชั่วคราวหรือถาวร โดยผ่านการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อจะดำเนินการในกระบวนการผลิต (Travica, 1997)
1.11 รีอินจิเนียริ่ง
รีอินจีเนียริ่ง คือ การทบทวนความคิดพื้นฐาน และการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่โดยสิ้นเชิง เพื่อให้บรรลุผลการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ ในผลงาน เช่น ต้นทุน, คุณภาพ, บริการ, และความเร็ว (Hammer & Champy, 1993)
1.12 การจัดการความรู้ (Knowledge Management)
การจัดการความรู้ คือ กระบวนการที่สำคัญในการสร้าง จัดระบบ และถ่ายทอดความรู้อย่างทั่วถึงภายในองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากขึ้น
องค์ประกอบของ Knowledge Management มีดังนี้
การสร้างความรู้
คือ การแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในองค์กร โดยผ่านกลไก การเรียนรู้ อาทิ การวิจัยและพัฒนา การร่วมกันแก้ไขปัญหา, การพัฒนาเครือข่าย, หรือการพัฒนาผ่านเครือข่ายเป็นต้น
การจัดระบบความรู้
เมื่อความรู้ได้สร้างขึ้นแล้ว จะมีกระบวนการต่อเนื่องในการจัดระบบความรู้ รวมถึงการแสดงความรู้ในลักษณะที่ง่ายต่อการเข้าถึงหรือถ่ายโอน
การถ่ายทอดความรู้
คือ การนำความรู้ที่มีอยู่ถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่น เช่นการใช้เครือข่ายในองค์กร หรือการใช้ซอร์ฟแวร์สำหรับทำงานเป็นกลุ่ม
1.13 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เฮอร์ไชม์ (Hirscheim, 1985) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถจำแนกได้ 3 กลุ่มคือ
แนวคิดที่มองในด้านบวก
v แนวคิดนี้ซึมลึกอยู่ในวัฒนธรรมของอเมริกัน โดยมีสมมติฐานว่า IT ไม่ควรได้รับการปฏิเสธไม่ว่าภายใต้สถาณการณ์ใด ๆ แต่ควรจะมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายและรวดเร็ว
v แนวคิดนี้เชื่อว่า IT เป็นยาสารพัดโรคที่แก้ปัญหาทุกอย่างได้
v แนวคิดนี้เชื่อว่า IT มีลักษณะเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ในการควบคุมกระบวนการทำงานภายในองค์กร
v แนวคิดนี้เชื่อว่า IT จะนำไปสู่การจ้างงานเพิ่มขึ้น, ทำให้มีการกระจายอำนาจมากขึ้น, ทำให้การติดต่อสื่อสารดีขึ้น, ช่วยเพิ่มผลผลิต
แนวคิดที่มองในด้านลบ
v แนวคิดนี้มองว่า องค์กรประกอบด้วยกลุ่มคนที่มีความขัดแย้ง และกลุ่มที่มีอำนาจเหนือกว่าจะนำ IT เข้ามาใช้ในการควบคุมการทำงาน
v กลุ่มนี้มองว่า IT จะนำไปสู่การจ้างงานที่ลดลง, ทำให้มีการรวมศูนย์อำนาจมากขึ้น, ทำให้มีสารสนเทศมากเกินไป และไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในผลผลิตที่แท้จริงแต่อย่างใด
v กลุ่มนี้มองว่า IT ทำให้การทำงานเป็นลักษณะประจำ, น่าเบื่อ, ทำให้ความพอใจและคุณภาพชีวิตการทำงานลดลง
v กลุ่มนี้มองว่า IT ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ,สังคม ฯลฯ
แนวคิดเชิงสัมพันธ์
v กลุ่มนี้มองว่า IT จะเป็นตัวแปรแทรกระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างคนและองค์การ
v กลุ่มนี้มองว่า IT จะเป็นบวกหรือลบขึ้นอยู่กับการสร้างและการใช้เทคโนโลยี
v กลุ่มนี้มองว่า การออกแบบ IT ที่ดี คือ การสร้างดุลยภาพระหว่างความพอใจของผู้ใช้และประสิทธิภาพด้านเทคนิค การออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้งานประสบความสำเร็จ แต่ยังช่วยให้คนมีความพอใจในการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย
No comments:
Post a Comment